เส้นทางที่ 1
 
 เส้นทางที่ 2
 
 เส้นทางที่ 3

 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เรียกกันเป็นสามัญว่า วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นอาณาบริเวณ ทางด้านหน้ามีประตูสวัสดิโสภา ซึ่งเป็นประตูกำแพงพระบรมมหาราชวังเป็นทางเข้าพระอาราม สามารถติดต่อกับเขตพระราชฐานชั้นกลางได้ทางประตูดุสิตศาสดา

ประวัติความเป็นมา
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2325 พร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวังและกรุงรัตนโกสินทร์ ตามประเพณีการสร้างพระอารามในพระราชฐานสมัยอยุธยา โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และเป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศล ได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐาน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2327
สถานที่ตั้ง บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 6, 9, 15, 19, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 60, 64, 65, 70, 80, 82, 90, 123, 201, 203 รถปรับอากาศ สาย ปอ.1, 6, 7, 8, 12, 25, 38, 39, 44
*** เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 18.30 – 11.30 น. และเวลา 13.00 – 15.30 น.

1.พระอุโบสถ
2.ศาลาราย 12 หลัง
3.หอพระคันธารราษฎร์
4.หอระฆัง
5.หอราชพงศานุสร
6.หอพระโพธิธาตุพิมาน
7.หอราชกรมานุสร
8.รูปฤษีนั่ง
9.ปราสาทพระเทพบิดร
10.พระเจดีย์ 2 องค์
11.พระมณฑป
12.พระศรีรัตนเจดีย์
13.รูปจำลองปราสาทนครวัด
14.พระราชานุเสาวรีย์ที่ 1,2,3
15.พระราชานุเสาวรียที่ 4
16.พระราชานุเสาวรีย์ที่ 5
17.พระราชานุเสาวรีย์ที่ 6,7,8,9
18.หอพระมณเฑียรธรรม
19.วิหารยอด
20.หอพระนาก
พระปรางค์ ๘ องค์
พระระเบียง


จากหนังสือ ประวัติวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ของ ม.จ สุภัทรดิศ ดิศกุล

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)
พระพุทธลักษณะ และที่ประดิษฐาน
วันเสาร์ เดือน 5 ปีขาล จัตวาศก จุลศักราช 1144 ตรงกับวันที่ 6 เมษายน พุทธศักราช 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงรับอัญเชิญจากเสนามาตย์ทั้งหลายเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้ทรงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้นในพระบรมมหาราชวัง สืบตามพระราชประเพณีการสร้างพระอารามในพระราชฐานสมัยกรุงศรีอยุธยา สำหรับเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ซึ่งทรงมีพระราชศรัทธาเคารพเลื่อมใสเป็นที่ยิ่ง ทั้งยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระนครใหม่ให้ต้องกับการซึ่งมีพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรพระองค์นี้ เป็นศิริสำหรับพระนครว่า "กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา" อันมีความหมายว่า "เป็นที่เก็บรักษาไว้ขององค์พระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร" อีกด้วย

วันจันทร์ แรม 12 ค่ำ เดือน 4 ตรงกับวันที่ 7 มีนาคม พุทธศักราช 2327 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากโรงในพระราชวังธนบุรีลงทรงเรือพระที่นั่งกิ่ง มีเรือแห่เป็นกระบวนข้ามฟากมาเข้าพระราชวัง อัญเชิญเข้ามาประดิษฐานในพระอุโบสถพระอารามใหม่ แล้วนิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะประชุมทำสังฆกรรม สวดผูกพัทธสีมาในวันนั้น แล้วพระราชทานนามพระอารามว่า "วัดพระศรีรัตนศาสดาราม" พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ มีเส้นจีวรคาดเข่าทั้งสองข้าง พระองค์อวบอ้วน พระพักตร์กลมอูม พระขนงโก่ง หลังพระเนตรอูม พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์บางสลักขอบทั้งสองเส้น พระหนุเป็นปม พระรัศมีซึ่งอยู่เหนือพระเกตุมาลาเป็นต่อม ชายสังฆาฏิยาว ฐานรองรับเป็นฐานเขียง มีหน้ากระดานโค้งออกข้างนอก ทำด้วยมณีสีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 48.3 ซ.ม. สูงตั้งแต่ฐานเฉพาะทับเกษตร ถึงพระเมาลี 26 ซ.ม. ตั้งแต่ฐานถึงยอดพระเศียร 66 ซม. ประดิษฐานอยู่ในบุษบกทองคำ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีพระราชศรัทธาสร้างเครื่องทรงถวายเป็นพุทธบูชา สำหรับฤดูร้อนและฤดูฝน
เครื่องทรงสำหรับฤดูร้อน เป็นเครื่องต้นประกอบด้วยมงกุฎพาหุรัด ทองกร พระสังวาล เป็นทองลงยา ประดับมณีต่างๆ จอมมงกุฎประดับด้วยเพชร เครื่องทรงสำหรับฤดูฝน เป็นทองคำ เป็นกาบหุ้มองค์พระอย่างห่มดอง จำหลักลายที่เรียกว่าลายพุ่มข้าวบิณฑ์ พระเศียรใช้ทองคำเป็นกาบหุ้ม ตั้งแต่ไรพระศกถึงจอมเมาลี เม็ดพระศกลงยาสีน้ำเงินแก่ พระลักษมีทำเวียนทักษิณาวรรต ประดับมณีและลงยาให้เข้ากับเม็ดพระศก
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างเครื่องทรงฤดูหนาวถวายอีกชุดหนึ่ง ทำด้วยทองเป็นหลอดลงยาร้อยด้วยลวดทองเกลียว ทำให้ไหวได้ตลอดเหมือนกับผ้า ใช้คลุมทั้งสองพาหาขององค์
พระบุษบกทองที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร สร้างด้วยไม้สลักหุ้มทองคำทั้งองค์ ฝังมณีมีค่าสีต่างๆ ทรวดทรงงดงามมาก เป็นฝีมือช่างรัชกาลที่ 1 เดิมบุษบกนี้ตั้งอยู่บนฐานชุกชี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเบญจาสามชั้นหุ้มด้วยทองคำ สลักลายวิจิตรหนุนองค์บุษบกให้สูงขึ้น บนฐานชุกชีด้านหน้า ประดิษฐานพระสัมพุทธพรรณี เป็นพระพุทธรูปที่คิดแบบขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยไม่มีเมาลี มีรัศมีอยู่กลางพระเศียร จีวรที่ห่มคลุมองค์พระเป็นริ้ว พระกรรณเป็นแบบหูมนุษย์ธรรมดาโดยทั่วไป หน้าฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2 องค์ด้านเหนือพระนามว่า พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก องค์ด้านใต้พระนามว่า พระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระพุทธรูปทั้งสองพระองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์สูง 3 เมตร ทรงเครื่องแบบจักรพรรดิหุ้มทองคำ เครื่องทรงเป็นทองคำลงยาสีประดับมณี


อ้างอิง :
- หนังสือนำชมกรุงรัตนโกสินทร์ (เนื่องในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี) โดย กองโบราณคดี กรมศิลปากร พ.ศ. 2525
- หนังสือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (เนื่องในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี) โดย คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และบันทึกเหตุการณ์ การปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง ร่วมกับ ธนาคารทหารไทย พ.ศ. 2525
- สำนักงานมูลนิธิถาวรจิตตถาวโรวงศ์มาลัย วัดปทุมวนาราม
ข้อมูลจาก : บ้านฝัน www.banfun.com

...................................................................

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหา-ราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตน-ปฏิมากร และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ วัดพระแก้วสร้างเสร็จในปี พ.ศ.2327 วัดนี้เป็นวัดพุทธาวาส ภายในพระอุโบสถและระเบียงรอบวัดมีภาพเขียนฝาผนังสวยงามมากวัดพระศรีรัตนศาสดารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 - 9 ตลอดทุกรัชกาลสิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ หอพระเทพบิดร(เปลี่ยนชื่อเป็นปราสาทพระเทพบิดร ในสมัยรัชกาลที่ 6 ) พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาท-นครวัดจำลอง ฯลฯ

พระบรมมหาราชวังเปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-11.30 น. และเวลา 13.00-15.30 น.


 
 
 
   
   © 2005 Ratanakosin.com. All rights reserved.